News Update

News in Asia

แนะนำวิธีการเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

แนะนำวิธีการเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อยากได้หน้าจอคอมพิวเตอร์ดีๆ สักตัวมาใช้งาน ภาพคมชัด สีสันสดใส ดูลื่นไหลไม่มีสะดุด ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชิ้นนี้มาฝากค่ะ

วันนี้ Potatotechs ขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับหน้าจอมอนิเตอร์ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อมาใช้งาน แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ล้วนใช้เทคโนโลยี และลูกเล่นพิเศษแตกต่างกันออกไป ลองศึกษาเทคนิคการเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก่อนสักนิด เพื่อให้ได้รุ่นที่เหมาะกับใช้งานมากที่สุดค่ะ

สำหรับบรรดาเกมเมอร์ คนที่ชอบดูหนัง ดูวิดีโอ ทำงานกราฟิก การมีหน้าจอมอนิเตอร์ (Monitor) ที่คมชัด ภาพสวยงาม ดูแล้วลื่นไหล ภาพไม่กระตุกหรือแตก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ปัจจุบันทางผู้ผลิตมีการพัฒนาจอมอนิเตอร์อย่างต่อเนื่อง มีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และหลายราคาให้เลือกสรร ยิ่งตัวเลือกมากเท่าไร ต้องศึกษาข้อมูลให้มากขึ้นด้วยค่ะ ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราบ้าง

ประเภทของจอคอมพิวเตอร์ (Monitor)

เมื่อโปรแกรมในคอมพิวเตอร์มีการพัฒนา ส่งผลให้หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนา และมีวิวัฒนาการที่ดีเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะได้รองรับ และตอบสนองต่อการใช้งานกราฟิก ภาพ หนัง เกมต่างๆ สมจริงมากยิ่งขึ้น ประเภทของหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1.LCD (Liquid Crystal Display)

ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากจอ CRT (ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว) ข้อดีของหน้าจอ LCD คือ ประหยัดพลังงานมากกว่าหน้าจอแบบเดิม แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถมองจอภาพได้จากทุกทิศทาง มุมมองการมองเห็นภาพนั้นจะค่อนข้างแคบค่ะ

2.LED (Light Emitting Diode)

เรียกอีกชื่อว่า OLED (Organic Light Emitting Devices) คือการนำหลอด LED มาเรียงต่อกันเป็นแถว ช่วยให้สามารถแสดงสี และภาพได้คมชัดมาก มีอัตราการตอบสนองของภาพเร็วกว่าแบบอื่น ช่วยประหยัดพลังงาน มีมุมมองกว้าง ไม่มีข้อจำกัดแบบหน้าจอ LED ใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ แม้ราคาจะสูงกว่าแบบ LCD คาดว่าในอนาคตอันใกล้ราคาน่าจะถูกลง เนื่องจากผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนาหน้าจอของตัวเองให้มีประสิทธิภาพที่ดี ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

สิ่งที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อหน้าจอมอนิเตอร์

1.ขนาดหน้าจอ และความละเอียดภาพ

ส่วนใหญ่คนที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์มาใช้ จะเลือกขนาดจอใหญ่เป็นอันดับแรก ทำให้ตอบสนองการทำงาน ดูหนัง หรือเล่นเกมที่ได้อรรถรสยิ่งขึ้น หากใช้งานครบเครื่องขนาดนี้ แนะนำว่าให้ซื้อขนาด 20 นิ้วขึ้นไปกำลังดีค่ะ สำหรับขนาดที่ได้รับความนิยมจะอยู่ที่ประมาณ 19-24 นิ้ว แล้วแต่ความชอบส่วนตัว และความเหมาะสมในการใช้งาน ส่วนความละเอียดของภาพสมัยนี้ก็ต้องเลือกแบบ 1920×1080 หรือ Full HD เพื่อรับชมภาพที่คมชัด และสวยงามได้อย่างเต็มตาค่ะ

2.ค่า Response Time และ Refresh Rate

สำหรับค่า Response Time หมายถึง ค่าความเร็วในการเปลี่ยนเม็ดพิกเซล ดังนั้นค่าความเร็วตรงนี้จึงส่งผลไปกับ “ภาพเคลื่อนไหว” ถ้าค่า Response Time ต่ำๆ ก็จะยิ่งทำให้เห็นภาพเคลื่อนไหวของวัตถุที่มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เช่น ลูกฟุตบอล รถแข่ง ฉากต่อสู้ นั้นมีความไหลลื่นแถมภาพยังมีความคมชัด ปัจจุบันค่า Response Time ของ TV รุ่นใหม่ๆ นั้นมีการปรับปรุงให้ไวมากยิ่งขึ้น จากเมื่อก่อนประมาณ 16-12 ms มาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 5-2 ms

ส่วนค่า Refresh Rate เรียกกันว่า อัตราการกะพริบของหน้าจอ ถ้าค่านี้ยิ่งสูงก็ถือว่ายิ่งดีค่ะ ช่วยทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ภาพจะนิ่ง โดยปกติถ้าใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ทำเอกสาร พิมพ์งานทั่วๆ ไป ค่า Refresh Rate จะอยู่ที่ประมาณ 60 Hz คือ เรทปกติค่ะ แต่สำหรับเหล่าเกมเมอร์ โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมแนว FPS (First Person Shooter) ต้องเน้นเรื่องความคมชัด และภาพหน้าจอที่มีความนิ่งสูง ก็ต้องเลือกหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีค่า Refresh Rate สูงขึ้นไปอีก ซึ่งหน้าจอรุ่นท็อปบางรุ่นสามารถปรับค่านี้ได้สูงถึง 144 Hz กันเลยทีเดียว แต่ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน หรือถ้าใครมีงบเหลือเฟือก็จัดมาไว้ในครอบครองกันตามสะดวกเลยค่ะ

3.ลักษณะ Panel ของจอ

ปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตัวนี้จะมี Panel ที่ใช้หลักๆ อยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ IPS, VA และ TN แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Panel แบบ IPS ค่ะ เนื่องจาก Panel นี้มีข้อดีคือ ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา (Viewing Angle 178°/178°‎‎ ทั้งในมุมแนวนอนและแนวตั้ง) ไม่ว่าจะมองหน้าจอจากมุมไหนก็จะได้ภาพที่ชัดเจน สีสดสวย สบายตา อัตราส่วนภาพไม่ผิด สีไม่เพี้ยน จึงกลายเป็นที่นิยมในตลาดอย่างมาก

สำหรับ Panel แบบ VA (Vertical Alignment) จุดเด่นที่ดีที่สุด คือ ให้สีดำที่ดำสนิทมากกว่าแบบอื่น แต่จะมีข้อเสียในเรื่องของมุมมอง จะไม่กว้างเท่าแบบ IPS เช่น ในฉากที่มีความมืด ถ้าไม่ได้นั่งอยู่ตรงกลางจอ ก็จะไม่สามารถเห็นรายละเอียดในหน้าจอได้ชัดเจนนัก

แบบสุดท้าย คือ TN (Twisted Nematic) ข้อดีคือ ราคาถูก และมีค่า Response Time ต่ำ จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ชอบของราคาไม่แพงมากนัก ซึ่งใช้ได้ดีพอควร ภาพไม่กระตุก แต่ Panel แบบนี้จะมีมุมมองการชมแคบ อัตราการผิดเพี้ยนของสีสูงด้วยค่ะ

4.พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ (Connectivity Interface)

จอมอนิเตอร์ส่วนใหญ่จะมาพร้อมพอร์ต VGA และ DVI ซึ่งแบบหลังจะเป็นการเชื่อมต่อแบบ Digital จึงทำให้ได้ภาพที่สวย และคุณภาพดีกว่า สำหรับพอร์ต VGA นั้นจะเป็นพอร์ตแบบเก่า ใช้กันมากในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊ก อย่างไรก็ดี เวลาเลือกหน้าจอมอนิเตอร์ ควรเลือกรุ่นที่มีพอร์ตทั้ง 2 แบบนี้อยู่ในเครื่องด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่ออย่างครบครันนั่นเอง

5.ฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ

สำหรับฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Touch Screen, Webcam หรือ 3D เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้เพิ่มเติม เพราะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งคุณอาจจะใช้งานได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปค่ะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

อย่าลืมตรวจเช็ค Dead Pixel ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเม็ด Pixel มีลักษณะเป็นจุดบนจอภาพ โดยจุดดังกล่าวจะไม่ตอบสนองต่อแสงใดๆ ได้ แม้ปัจจุบันเราอาจไม่ได้เจอปัญหานี้บ่อยเท่าเมื่อก่อน แต่เพื่อความชัวร์ ควรเช็กให้ละเอียดก่อนนำกลับบ้านด้วยนะคะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ดังกล่าว ปัจจัยสำคัญคือ สำรวจตนเองว่าต้องการใช้งานด้านใดเป็นหลัก ทำงานเอกสาร พิมพ์งานทั่วไป งานกราฟิก ดูหนัง หรือเล่นเกม เมื่อคุณรู้จุดประสงค์ในการใช้งานครบทุกข้อแล้ว ก็จะช่วยให้คุณสามารถเลือกหน้าจอที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้งานได้ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปค่ะ

credit: https://www.potatotechs.com

Categories

Tags